คนชั่วสรรเสริญกันเอง

นิทานชาดก คนชั่วสรรเสริญกันเอง

กาลครั้งหนึ่งสมัยพุทธกาล ณ วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ขณะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่นั้น ได้ทรงเอ่ยถึงพระเทวทัตและพระโกลาลิกะที่ต่างก็ยกย่องเยินยอกันเอง โดยได้ทรงสาธกอดีตนิทานขึ้นมาว่า…

ครั้งหนึ่งมีรุกขเทวดาองค์หนึ่งซึ่งเป็นอดีตชาติของพระโพธิสัตว์ได้สถิตประจำอยู่ที่ต้นละหุ่ง วันหนึ่งเมื่อโคแก่ที่เจ้าของบ้านเลี้ยงไว้ได้ตายลง เจ้าของจึงนำศพของเจ้าโคแก่ไปทิ้งไว้ใต้ต้นละหุ่งในบริเวณบ้านของตน เพื่อให้เป็นอาหารแก่สัตว์แถวนั้น

ไม่นานเมื่อสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเดินผ่านมาก็เห็นซากโคแก่ที่อยู่ใต้ต้นละหุ่งนั้นก็รีบตรงเข้าไปกินเนื้อโคแก่นั้นทันที และขณะนั้นเองเจ้ากาที่อยู่แถวนั้นผ่านมาเห็นเข้าก็หวังอยากจะกินเนื้อโคแก่นั้นเช่นกัน จึงเดินเข้าไปยังสุนัขจิ้งจอกแล้วว่า “ข้าดีใจเหลือเกินที่วันนี้ได้มาพบกับท่านพญาเนื้อผู้องอาจเปรียบดังราชสีห์ราชาแห่งเจ้าป่า ที่ไม่ว่าข้าหรือสัตว์ใดๆ ก็ต้องเคารพนอบน้อมต่อท่าน แถมร่างกายของท่านก็แข็งแกร่งดังโคถึก ข้าจะไปบอกเล่าแก่สัตว์ทั้งปวงว่าวันนี้ข้ามีบุญได้พบกับท่านผู้มีบุญและมีเมตตา และจะเป็นเกียรติต่อข้าเป็นอย่างมากหากข้าได้ลิ้มรสอาหารต่อจากท่านสักหน่อยหนึ่ง”

ฝ่ายสุนัขจิ้งจอกได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจกับคำยกยอสรรเสริญตนของเจ้ากาเป็นอย่างมากแล้วว่า “ท่านกาท่านเองก็เป็นผู้มีสร้อยคออันงดงามดังเช่นนกยูง แถมท่านก็มีร่างกายที่สวยงาม ข้าขอเชิญท่านลงมากินเนื้อโคนี่ร่วมกันเถิด กินได้ตามสบาย” เมื่อสุนัขจิ้งจอกกล่าวจบ ฝ่ายกาก็รีบบินลงมาจิกกินเนื้อโคแก่อย่างเอร็ดอร่อย

ฝ่ายรุกขเทวดาที่สถิตอยู่ในต้นละหุ่งนั้น ได้ยินที่สุนัขจิ้งจอกและกาต่างกล่าวยกยอสรรเสริญต่อกันอย่างไม่จริงใจต่อกัน จึงกล่าวคาถาว่า

             “บรรดามฤคชาติทั้งหลาย สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์เลวที่สุด
               บรรดาปักษีทั้งหลาย กาเป็นสัตว์ที่เลวที่สุด
               และบรรดารุกขชาติทั้งหลาย ต้นละหุ่งเป็นต้นไม้ที่เลวที่สุด
               ที่สุด 3 อย่าง มาประจวบกันเข้าแล้ว”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คนเลวยกย่องกันเอง ชื่อเสียงมักไม่ปรากฏ คนดียกย่องคนดีเหมือนกัน ชื่อเสียงย่อมปรากฏ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *