นิทานอีสป เรื่อง ขุมทรัพย์ในไร่องุ่น

นานมาแล้ว…ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง พ่อกับลูกอาศัยอยู่ด้วยกันห้าคน พ่อเป็นคนที่ขยันขันแข็งมาก เอาการเอางาน ต้องตื่นแต่เช้าออกไปทำไร่ ซึ่งเป็นไร่องุ่นเพื่อนำมาบร่มเป็นไวน์ ส่วนลูกชายกับมีนิสัยตรงกันข้ามทั้งสามคนเลยคือ ขี้เกียจตัวเป็นขน พ่อจะต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานจนกลับมาตอนค่ำมืดอยู่เป็นประจำ ต่างกับลูกชาย ที่ไม่ยอมกระดิกไปไหน เอาแต่นั่งกินนอนกินไปวันๆ จนมีรูปร่างอ้วนท้วน คนรองก็ชอบนอนอย่างเดียวไม่ยอมทำงาน คนที่สามก็ชอบเที่ยวเล่น ไม่ขวนขวายหางานหาการทำ ที่สุดไปกว่านั้น ลูกคนสุดท้องก็ชอบแอบขโมยไวน์ไปดื่มจนเมา ไม่ยอมทำงานอะไรเลยเช่นกัน ทำให้ผู้เป็นพ่อเสียใจและลำบากใจ เป็นห่วงว่าถ้าเกิดเขาตายไป ลูกทั้งสี่เป็นยังไง

” ทำไมพวกเจ้าถึงได้ขี้เกียจอย่างนี้นะ ทำไมไม่ทำงานกันเลยเล่า?  ตอนนี้ที่ไร่องุ่นของพวกเรากำลังเหี่ยวเฉาและโรยรา แม้แต่ ผลองุ่นสักผลเล็กๆ ก็ไม่มีออกมาให้เห็นอยู่อย่างเช่นนี้แล้ว พวกเจ้าจะนิ่งดูดาย เห็นมันตายลงอย่างนี้เหรอ? หัดขยันทำงานกันซะมั่งสิ! ”

ผู้เป็นพ่อตักเตือนปนขอร้องนิดๆ แต่ถึงแม้ว่าเขาจะดุด่าว่ากล่าวอย่างไรก็ตาม พวกลูกทั้งสี่ก็ยังเป็นอยู่เหมือนเดิมไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง พ่อหมดหนทางและจนปัญญาไป

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เมื่อพ่อเริ่มแก่ชรามากและล้มป่วยลง เขารู้ตัวแล้วว่า ครั้งนี้คงจะยื้อชีวิตตัวเองไว้ไม่ได้แน่นอน เขาจึงพยายามคิดกลอุบายอะไรบางอย่างเพื่อให้ลูกๆทั้งสี่ได้นึกคิด และแล้วเขาก็คิดออกในตลอดชีวิตที่ผ่านมา  มันอาจจะเป็นความหวังสุดท้ายเพื่อให้ลูกๆได้เปลี่ยนแปลงตัวเองก็ได้

” พ่อคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ฉะนั้นพ่อก็จะบอกสิ่งสำคัญเกี่ยวไร่องุ่นของเราให้พวกเจ้ารู้ ไร่องุ่นแปลงนี้ พ่อได้ซ่อนสมบัติเอาไว้มากมาย”

เมื่อลูกๆทั้งสี่ได้ยินจึงตกใจและสนใจในคำพูดของผู้เป็นพ่อทันที ทั้งๆที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมากลับไม่เคยฟังคำพูดของเขาเลยสักครั้ง  “สมบัติอะไรหรือพ่อ?”

“บ้านเรา มีสมบัติซ่อนไว้ด้วยหรือพ่อ”

” ใช่แล้ว..มันเป็นสมบัติของพวกเจ้า พ่อได้แอบซ่อนเพชร ทองและเงินเอาไว้ที่ในไร่องุ่น..โอ้! แต่ตอนนี้พ่อช่าง ทุกข์ทรมานเหลือเกิน…พ่อคง…” ชายชราผู้เป็นพ่อเริ่มมีอาการป่วยลงอย่างหนัก ในอีกไม่ช้าเขาก็คงสิ้นใจไปเป็นแน่

“พ่อ!!อย่าเพิ่งตายสิ ไหนรีบ ๆ บอกพวกเรา เร็ว ๆ ว่าพ่อซ่อนสมบัติพวกนั้นไว้ที่ไหนของไร่องุ่น?”

แต่ยังไม่ทันที่พ่อจะเอ่ยปากพูดออกไป เขาก็ได้สิ้นใจตายไปเสียก่อน ทิ้งให้ลูกๆทั้งสี่ เศร้าโศกเสียใจ และฉงนใจกันว่า พ่อซ่อนสมบัติเอาไว้ตรงไหนกันแน่

“พ่อได้ตายลงไปเสียแล้วโดยไม่ทันได้บอกพวกเราถึงที่ซ่อน สมบัติเสียด้วย..มันเป็นสิ่งที่ช่วยอะไรไม่ได้ ดังนั้นพวกเราต้อง ไปที่ไร่องุ่นแล้วขุดพลิกแผ่นดินหาเอาเอง…”

เมื่องานศพของพ่อดำเนินการผ่านไปจนเสร็จเรียบร้อย …ลูกชายทั้ง 4 ก็เริ่มตกลงกันว่าจะขุดไร่องุ่นจุดไหนกันบ้าง โดยแบ่งพื้นที่เอาไว้ชัดเจน แล้วลงมือตั้งหน้าตั้งตาขุดดินในไร่องุ่นเพื่อหาสมบัติตามที่พ่อบอกไว้

ทุก ๆวัน เขาจะต้องมาคอยตั้งหน้าตั้งตาขุดไร่องุ่นเพื่อหาสมบัติ แต่เขาก็ไม่เคยพบสมบัตินั้นเลย  “ว๊อย..วันนี้ก็ไม่พบสมบัติอีกตามเคย!”

และพอเวลาผ่านไป…ผืนแผ่นดินในไร่องุ่น ที่พวกเข้าตั้งหน้าตั้งตาขุดหาสมบัติ ก็เปรียบเสมือนกับโดนขุดไถและพรวนดินเป็นอย่างดี ดังนั้นต้นองุ่น ที่มีอยู่มากมายในไร่ ก็เริ่มออกดอกออกผลอุดมสมบูรณ์ขึ้นมา พวกเขาเริ่มเข้าใจสิ่งที่พ่อให้กับพวกเขาแล้วว่า

” สมบัติที่พ่อ พูดถึงนั้น มันมิได้หมายถึงสมบัติที่มีอยู่จริงๆหรอก หากแต่มันหมายถึง ความสามัคคี,ความขยันขันแข็งเอาหยาดเหงื่อแรงงานเข้าแรก ในผืนแผ่นดินที่พ่อ ของเราได้เหลือทิ้งเอาไว้ต่างหาก มันเป็นสมบัติที่จะทำให้มีกินมีใช้ไม่มีวันหมด มากกว่านั่นเอง ”

เมื่อลูกชายทั้งสี่คิดได้ดังนั้นแล้ว จึงแปลเปลี่ยนตัวเอง หันมาผลิตเหล้าไวน์ขาย สืบกิจการพ่อของเขาต่อไป และได้กลับกลายเป็นมหาเศรษฐี ผู้ที่ร่ำรวยที่สุด ทั้งหมดเลย

คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้:

“หากเราขยันตั้งหน้าตั้งตาทำงานเป็นอย่างดีแล้วละก็ สิ่งที่จะได้มาก็คือความสุข ความสมหวัง”

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *