นิทานอีสป เรื่อง กาหลงฝูง

ในวันหนึ่งขณะกากำลังเดินเล่นในป่าอยู่นั้นก็ได้เห็นขนนกยูงร่วงอยู่ข้างทางเต็มไปหมด และด้วยความที่ตนไม่พอใจในตนเองอยู่แล้ว เพราะคิดว่าขนของตนนั้นไม่สวยงามจึงคิดว่าถ้าตนมีขนแบบนกยูงที่มีหลากสีสันบ้างคงทำให้ตนมั่นใจมากขึ้น คิดดังนั้นแล้วจึงหยิบขนนกยูงที่ร่วงหล่นนั้นขึ้นมาแซมตามขนของตนอย่างเพลิดเพลิน

เมื่อแซมขนนกยูงเข้าไปจนเต็มตัวแล้วก็กลับไปยังฝูงของตน ขณะกำลังมองเพื่อนๆ ในฝูงของตนอยู่นั้นก็รู้สึกรังเกียจพวกพ้องของตนขึ้นมา ด้วยคิดว่าขนของตนในขณะนี้นั้นสวยงามมากกว่าเหล่าฝูงกาของตนเป็นอันมาก จึงคิดว่าตนคงไม่เหมาะที่จะอยู่ในกลุ่มแบบนี้อีกต่อไป จะเหมาะกว่าถ้าได้ไปอยู่กับพวกนกยูง

เมื่อคิดดังนั้นแล้วจึงเข้าไปยังกลุ่มกาของตนแล้วว่า “บัดนี้ข้ามีขนที่งามกว่าขนดำๆ ของพวกเจ้ามากมายยิ่งนัก ข้าคิดว่าข้าคงจะอยู่ปะปนรวมกับพวกเจ้าไม่ได้แล้วล่ะ” เพื่อนๆ กาต่างตกใจในความคิดของเจ้ากาตัวนี้แล้วว่า “ต่อให้เจ้าเอาขนนกยูงแซมมากกว่านี้ หรือเอาขนอื่นมาแซม มันก็ไม่ได้ทำให้เจ้ากลายเป็นอย่างอื่นไปได้หรอก อย่างไรเสียเจ้าก็ยังคงเป็นกาดำๆ อยู่วันยังค่ำ” แต่เจ้ากาไม่ฟังยังคงยืนยันคำเดิมว่าจะออกจากกลุ่มตนไปด้วยคิดว่าที่เพื่อนกาพูดนั้นกำลังอิจฉาตนอยู่

เมื่อเจ้ากาออกจากกลุ่มมาก็ไปรวมกลุ่มกับเหล่านกยูง ฝ่ายนกยูงเมื่อเห็นเจ้าก็เข้ามาจิกขนนกยูงทำให้ขนที่แซมอยู่นั้นค่อยๆ หลุดออกไปจนเหลือแต่ขนจริงอันดำสนิท เมื่อเหล่านกยูงเห็นว่าที่แท้ก็เป็นกาหลงฝูงมาจึงขับไล่กาออกจากกลุ่มตนไป ฝ่ายเจ้ากาก็เสียใจเป็นอันมากที่กลุ่มนกยูงไม่ต้อนรับ จึงกลับไปหาเพื่อนๆ กาของตน แต่เมื่อกลับไปถึงก็ไม่มีใครยอมรับหรืออยากคบหาด้วยอีกต่อไป ทำให้เจ้ากาต้องแยกตัวออกไปอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพังในที่สุด

คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้ :
“ถ้ารังเกียจเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของตนเองก็ย่อมจะถูกผู้อื่นรังเกียจด้วย”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *