นิทานอีสป เรื่อง กาบ้ายอ

ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง กาได้เจอเศษเนื้อชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งตกอยู่ก็ดีใจรีบคาบไว้ในปากหวังจะกินให้อิ่มหนำสำราญในมื้อเย็นนี้พร้อมกับแบ่งให้ลูกๆ ของมันกินด้วย ขณะกำลังคาบชิ้นเนื้อกลับอยู่นั้น เจ้าสุนัขจิ้งจอกผ่านมาเห็นเข้าก็คิดอุบายเจ้าเล่ห์แล้วเดินเข้ามาหากา

เมื่อสุนัขจิ้งจอกเดินเข้าแล้วก็ทักทายกาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรว่า “สวัสดีเจ้ากา เจ้ากำลังจะไปไหนหรือ” ฝ่ายการที่กำลังคาบเนื้ออยู่นั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าเพราะไม่สามารถอ้าปากพูดได้ สุนัขจิ้งจอกจึงถามต่อว่า “เจ้ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่ ถ้ามีไม่ต้องเกรงใจข้านะ ข้าเต็มใจช่วยเสมอ” ฝ่ายกาก็ยังคงส่ายหน้าเช่นเคยเพราะติดชิ้นเนื้อที่ตนคาบอยู่

ครั้นสุนัขจิ้งจอกได้ทีจึงทำเป็นมองหน้ากาอย่างพิจารณาแล้วว่า “เจ้ากาเอ๋ย ข้าสังเกตเห็นทำไมตาของเจ้าถึงได้งดงามยิ่งนักราวกับเหยี่ยวก็ไม่ปาน ไหนจะปีกเจ้าอีกขนดำเงางามราวปีกนกอินทรีก็ไม่ปาน ข้าล่ะอิจฉาเจ้าจริงๆ แต่ตอนนี้ติดอยู่อย่างเดียวข้าเห็นเจ้าสมบูรณ์พร้อมทุกอย่างไม่มีที่ติเลย ข้าอยากจะรู้นักว่าถ้าเจ้าร้องเพลงแล้วเสียงของเจ้าจะไพเราะสักเพียงใด”

ฝ่ายกาได้ยินดังนั้นก็ชอบใจหวังอวดเจ้าสุนัขจิ้งจอก จึงยอมปล่อยชิ้นเนื้อชิ้นใหญ่ออกจากปากแล้วรีบอ้าปากร้องเพลงให้สุนัขจิ้งจอกฟังในทันที ฝ่ายสุนัขจิ้งจอกเมื่อเห็นชิ้นเนื้อที่ตกลงพื้นก็รีบกระโดดเข้าตะครุบแล้วคาบหนีไปทันที ปล่อยให้กาที่กำลังร้องเพลงอยู่นั้นต้องหยุดชะงักไปอย่างงุนงง

คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้ :
“คนที่มาเฝ้ายกยอปอปั้น ย่อมหวังได้ประโยชน์จากเรา”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *