นิทานอีสป เรื่อง กระต่ายกับหนู

ในป่าลึกเข้าไปที่ไร้ผู้คนมีกระต่ายป่าตัวหนึ่ง ที่เดินโซซัดโซเซด้วยความหิวโซเพราะอดอยากไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน เพราะตอนนี้เป็นฤดูแล้ว ผักไม้ใบหญ้าไม่มีให้กินอาหารป่าก็หายากเหลือเกิน มันเดินเซซรวนมาจนถึงยุ้งฉางของชาวไร่คนหนึ่งที่อยู่ใกล้ป่าแห่งนี้มากที่สุด

“เอ๊ะ นี่มันรอยกัดแทะหนิ” มันพูดกับตัวเองเบา ๆ เมื่อเห็นว่ามีร่องรอยที่เจ้าหนูเจิ้งเอาไว้

เพราะด้วยความอดยากมานานหลายอาทิตย์ทำให้ร่างกายซูบผอมพอที่จะผ่านรูเล็ก ๆ นี้เข้าไปได้ เมื่อเข้าไปได้ปุ๊บมันก็ตรงไปกัดกินข้าวโพดในยุ้งฉางอย่างไม่รอช้า มันคิดว่านี่คือแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในตอนนี้มันไม่กังวลอะไรอีกแล้ว จึงเอาแต่กินและนอน ร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน

แต่มันไม่เคยรู้เลยว่าที่กินเข้าไปนั่นทำให้ร่างกายมันใหญ่โตขึ้น ครั้นพอได้ยินเสียงชาวบ้านที่พากันมายุ้งฉางเพื่อนำ ข้าวโพดไปขายตามเวลา เจ้ากระต่ายได้ยินก็ตกรีบวิ่งไปที่รูทางออก แต่เจ้ากรรมเนื่องจากตัวใหญ่เกินจะออกได้ทำให้มัน ติดอยู่ในนั้น

“ทำยังไงดีล่ะ!” เจ้ากระต่ายบ่นอย่างลนลานที่ไม่สามารหาทางออกได้ มันจึงวิ่งไปวิ่งมาอย่างแตกตื่น

“ทำไมเหลือแต่รูเล็ก ๆ เต็มไปหมด รูใหญ่ไปไหนหมด!”

“เจ้ากระต่ายเอ๋ย รูมันก็เท่าเดิม ตัวเจ้าต่างหากที่ใหญ่ขึ้น” หนูตัวหนึ่งที่นอนหลบอยู่บริเวณนั้นเอ่ยทักขึ้นอย่างขบขันที่เห็นเจ้ากระต่ายที่เคยผอมวิ่งวนไปวนมา

คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้:

“ความโลภโมโทสันจนเกินเหตุ นำมาซึ่งอุปสรรคและความทุกข์ยาก”

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *