นิทานอีสป เรื่อง คนตัดไม้กับสุนัขจิ้งจอก

เช้าวันหนึ่งสุนัขจิ้งจอกกำลังวิ่งหนีอย่างกระหืดกระหอบด้วยความรวดเร็วลัดเลาะมาตามป่าข้างหมู่บ้าน เมื่อมาถึงหมู่บ้านก็พบเข้ากับชายตัดไม้ผู้หนึ่งจึงรีบวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือว่า “ท่านได้โปรดเมตตาข้าด้วย…” พูดไปก็หอบไปด้วยความเหนื่อยจนหายใจแทบไม่ทัน

ชายตัดไม้ฟังไม่ได้ศัพท์จึงถามว่า “เจ้าสุนัขจิ้งจอก เจ้าเป็นอะไรหรือ ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆ พูด เจ้ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”

สุนัขจิ้งจอกจึงรวบรวมสติแล้วว่า “มีคนกำลังตามล่าข้าอยู่ ได้โปรดช่วยข้าด้วย อย่าให้ข้าถูกจับไปเลย…ข้ากลัว” ได้ฟังดังนั้นจึงพาเจ้าสุนัขจิ้งจอกเข้าไปหลบอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่งใกล้กับที่ชายตัดไม้ยืนอยู่

จากนั้นเหล่าพวกล่าสัตว์ได้จูงหมาล่าเนื้อผ่านมาทางหมู่บ้านพบชายตัดไม้ก็เข้ามาถามว่า “ท่านเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งวิ่งหนีมาทางนี้บ้างหรือไม่”

ชายตัดไม้ก็ตอบปฏิเสธว่า “อ๋อ…ข้าไม่เห็นหรอกท่าน ไม่เห็นมีใครผ่านมาทางนี้เลย” ปากตอบปฏิเสธแต่ชี้นิ้วไปยังกระท่อมที่ตนพาเจ้าสุนัขจิ้งจอกไปซ่อนเมื่อสักครู่ แต่เหล่าพวกล่าสัตว์ไม่เข้าใจกับสัญญาณมือที่ชายตัดไม้พยายามบอกใบ้ จึงพากันกลับไปตามหาสุนัขจิ้งจอกที่อื่นต่อ

เมื่อเจ้าสุนัขจิ้งจอกรอจนมั่นใจแล้วว่ากลุ่มพวกล่าสัตว์ไปแล้ว จึงออกมาจากกระท่อมแล้ววิ่งผ่านหน้าชายตัดไม้ไปเสมือนเป็นอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน ชายตัดไม้รีบท้วงขึ้นว่า “นี่ข้าอุตส่าห์ช่วยชีวิตเจ้าไว้นะนี่ ไม่คิดจะขอบคุณข้าสักคำหน่อยหรือ”

จิ้งจอกจึงหันกลับไปมองหน้าชายตัดไม้ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วว่า “ข้ารู้สึกว่าปากกับนิ้วของเจ้ามันจะไม่ตรงกันเลยนะ แล้วเหตุใดข้าจึงต้องขอบใจเจ้าด้วยล่ะ” เมื่อพูดจบสุนัขจิ้งจอกก็รีบวิ่งหนีเข้าป่าไปอีกทางโดยไม่แม้แต่คิดจะหันกลับมามาองชายตัดไม้อีก

 

คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้:

“คนไม่เชื่อ ย่อมไม่มีผู้ใดนับถือ”

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *